วันพฤหัสบดีที่ 27 ธันวาคม พ.ศ. 2555

6 หนัง ที่เชื่อกันว่ามีคำสาป

อันดับ 6 The Poltergeist Trilogy (1982) (ผีหลอกวิญญาณหลอน)


หนัง เรื่องนี้สร้างจากเรื่องจริงของครอบครัวที่โดนผีหลอกวิญญาณหลอน
ซึ่งรู้สึกว่าพวกวิญญาณจริงคงไม่ชอบให้มีการถ่ายภาพยนตร์เรื่องนี้สักเท่า ไหร่เลยสาปซะเลย

ตอนแรกหนังเรื่องนี้มีดาราชื่อ โดมินิค ดันน์ (Dominique Dunne) มาแสดง
(เข้าฟิล์มแรกฉากแรกเลยแหละ) แต่ถ่ายเสร็จปุ๊บเธอก็โดนบีบคอตายโดยแฟนเก่า
โดยแฟนเก่าอ้างว่าเขาฆ่าเธอเพราะผีบอกว่าไม่อยากให้เธอแสดงหนังเรื่องนี้ จัดการกับเธอซะ!!

นอก จากนี้ก็มีปัญหาการถ่ายทำมากมาย เช่นเจมส์ โบรสัน ผู้สวมบทเป็นจอร์จ
ลัทซ์พระเอกของเรื่องอ้างว่าเขาถูกโชคร้ายเล่นงานมาโดยตลอดในทันทีที่เขา
เริ่มถ่ายภาพยนต์ วันแรกติดอยู่กับลิฟต์ วันที่สองในขณะที่ถ่ายไปเพียง 1 นาที
เท่านั้นก็สะดุดจนขาแพลง ทำให้บริษัทต้องเสียเงินจำนวนมากเพราะความล่าช้า
ในการถ่ายทำ จนผู้สร้างภาพยนตร์กลัวว่าเรื่องนี้อาจเป็นจริงจึงไม่กล้าใช้สถานที่จริงใน การถ่ายทำ

อันดับ 5 Superman (ทุกภาค) 

ซุปเปอร์แมน ซุปเปอร์ฮีโร่ของมวลมนุษยชาติ ตลอดระยะเวลาหลายปีที่ผ่านมา
ดาราผู้รับบทซุปเปอร์แมน ดาราผู้ร่วมแสดง หรือแม้กระทั่งบุคคลอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง
กับภาพยนตร์ซุปเปอร์แมน ต่างพบหายนะ เสียชีวิตด้วยสาเหตุที่ไม่ปกติ, เกิดอุบัติเหตุ,
เจ็บไข้ ได้ป่วย, ตกต่ำในหน้าที่การงาน ฯลฯ

เริ่มจาก ในปี ค.ศ.1950 เคิร์ค เอลิน ดาราคนแรกที่รับบทซุปเปอร์แมนในภาพยนตร์
กลายเป็นดาราตกอับไม่มีใครจ้างและเสียชีวิตด้วยโรคเรื้อรังในเวลาต่อมา แล้วคนต่อมา
ที่แสดงเป็นซุปเปอร์แมนคือจอร์จ รีฟส์ เป็นดาราคนต่อมาที่รับบทซูเปอร์แมน ระหว่างปี
ค.ศ.1952-1959 ก็เสียชีวิตอยู่ภายในห้องนอนในบ้าน โดยมีบาดแผลถูกยิงที่ศีรษะ 1 นัด
โดยสันนิษฐานว่าน่าจะฆ่าตัวตายเพราะความเครียดแต่หลายคนคิดว่า เขาน่าจะถูกฆาตกรรมเสียมากกว่า
ต่อมาก็ถึงคิวของซุปเปอร์แมน คริสโตเฟอร์ รีฟ (1978) แต่ก็โชคร้ายเขาประสบอุบัติเหตุ
จากการขี่ม้าในปี ค.ศ.1995 ทำให้ต้องกลายเป็นอัมพาตนับแต่นั้น ตราบจนกระทั่งเสียชีวิต
ด้วยอาการหัวใจวายในปี ค.ศ.2004 ด้วยวัยเพียงแค่ 52 ปี

จน กระทั่งในปัจจุบัน เคราะห์ร้ายที่เกิดขึ้นกับบรรดาคนที่เกี่ยวข้องกับภาพยนตร์
ซุปเปอร์แมนก็ยังคงไม่ ยุติ เพราะมีรายงานว่า ทีมสร้างภาพยนตร์ซูเปอร์แมนเรื่องใหม่ล่าสุด
คือซุปเปอร์แมน รีเทิร์นส์ ก็เจอเรื่องเจ็บตัวไปตามๆกัน ผู้เคราะห์ร้ายก็มีร็อบ เบอร์เน็ทท์
ผู้อำนวยการสร้าง ซึ่งถูกพวกหัวขโมย รุมทำร้ายจนได้รับบาดเจ็บสาหัส, อดัม โรบิเทล
ผู้มีหน้าที่ตัดต่อภาพยนตร์ ประสบอุบัติเหตุตกทะลุหน้าต่างและถูกเศษกระจกทิ่มทะลุปอด
รวมทั้งได้รับบาดเจ็บที่กระดูกสันหลัง และทอดด์ สแตนลีย์ ซึ่งเป็นทั้งผู้ช่วยผู้อำนวย
การสร้างและตากล้อง ก็ตกบันไดบาดเจ็บถึงขนาดกะโหลกศีรษะร้าวและนิ้วก้อยฉีก ฯลฯ

อันดับ 4 Atuk (ล้มเหลวในการถ่ายทำ) 

หนัง เกี่ยวกับชายตลกอ้วนจากนิวยอร์กอยากจะมาเป็นเอสกิโม แต่ดูเหมือนว่าคน
ในฮอลลีวู้ดจะเอาเรื่องเอสกิโมไปปู้ยี้ปู้ยำทำให้ เอสกิโมไม่ชอบ เลยสาปซะเลย
โดยสาปว่าใครแสดงเป็นตัวเอกเรื่องนี้ต้องตายลูกเดียว!!

เริ่มจาก จอห์น เบลุชิ ดารานักแสดงนำของเรื่องตายด้วยการกินยาเกินขนาดในปี 1982
ซึ่งเมื่อนายจอห์นตายทำให้ดาราตลกอย่าง แซม คินิสัน มาแสดงแทน จากนั้นก็มีปัญหา
มากมายตามมา จนทำให้หนังถูกแบ่งเป็น Re-written แต่พอปีผ่านมานิดหน่อย แซมคินิสัน
ก็ตายเพราะรถชนอีก ทำให้บทละครตลกเกี่ยวกับชาวเอสกิโมต้องส่งต่อมาที่ จอห์น แคนดี้

ใน ปี 1994 แต่หลังจากรับบทก็ตายด้วยหัวใจวายทันที ทำให้หนังเรื่องนี้โดนยกเลิก
ฟิล์มก็ยังถ่ายไม่เสร็จและตัวตลกอ้วนทั้งหลายสาบานว่าจะอยู่ห่างจากบทหนัง
เรื่องนี้ตลอดกาล ทำให้ฟิล์มทั้งหมดถูกฝังเก็บเข้ากรุที่ใดที่หนึ่งในออลวีวู้ด

แต่ในปี 1997 ดาราชื่อ คริว ฟาร์ลีย์ คิดจะลองดูโดยไม่เชื่อคำสาป ผลเหรอ
เขากินยาเกินขนาดตายในปีนั้นแหละ!!

อันดับ 3 Rosemary's Baby (1968)

 หนัง เกี่ยวกับคนท้องซึ่งเด็กคนนั้นเป็นซาตานกำกับโดย โรมัน โป แลนสกี้
แต่กว่าเป็นหนังก็ทำให้หลายคนประสาทจะกิน เริ่มผู้แต่งของฟิล์มตายเพราะก้อนเลือดแข็งตัวสมอง
ต่อมาผู้ผลิตชื่อวิลเลี่ยมเป็นโรคประสาทและตายโดยอาการไตวายหลังจากฟิล์ม ผลิตออกมาไม่นาน
แต่เรื่องข้างต้นอย่างน้อยไปเมื่อเทียบกับภรรยาของโรมัน โปแลนสกี้ ที่ชารอน เทท
(ซึ่งกำลังต้องท้องเหมือนนางเอกในหนังเรื่องนี้)

เรื่อง ของเรื่องคือฆาตกรต่อเนื่องคนหนึ่งชื่อ ชาร์ลส์แมนสันและสมุนเกิดไม่พอใจที่โปรดิวเซอร์
คนหนึ่งที่ไม่ยอมอัดเทปเขา เลยวางแผนการปล้นฆ่าในคฤหาสน์ของโปรดิวเซอร์คนนี้
แต่พอดีคฤหาสน์ดังกล่าวผู้กำกับโปแลนสกี้ดันเป็นคนเช่าต่อ แล้วในวันที่ 8 สิงหาคม 1969
แต่พอดีวันนั้น โรมัน โปแลนสกี้ ไม่อยู่บ้าน ทำให้สมุนแมนสันเลยฆ่าคนในคฤหาสน์แทน
โดยเฉพาะชารอน เทท นั้นโดนหนักสุดทั้งๆ ที่เธอกำลังท้องอยู่แท้ๆ แต่พวกเขาแทงเธอถึง 16 แผล
จากนั้นก็ใช้มีดผ่าท้องของเธอจนเหวอะหวะ และถูกไม้ตีที่ศีรษะซ้ำ พวกมันตัดเต้านมของเธอทิ้งทั้งเป็น
แล้วใช้มีดเล่มนั้นชำแหละกรีดตั้งแต่บริเวณยอดอก จนถึงหัวหน่าว เลือดสดๆของเธอกระจายเต็มบ้าน
มิหนำซ้ำ สาวกปิศาจ ชาร์ลส์แมนสัน ยังใช้แปลงจุ่มเลือดเขียนคำว่า "PIG(หมู)"ตัวโตไว้ที่บานประตูบ้าน
(เหมือนในหนังไม่มีผิด)มื่อแมนสันถูกจับได้ยกแก๊ง พวกเขาอ้างเหตุในศาลว่าเป็นเพราะคำสาปครับท่าน


อันดับ 2 The Conqueror (1956) 

ถ้า คุณจะสร้างหนังเกี่ยวกับเจงกีสข่านคุณอาจพบคำสาปเช่นหนังเรื่องนี้
กับเรื่องคนมหากาฬผ่าแผ่นดินเดือดซึ่งสมกับเป็นชื่อหนังจริงๆ
เพราะกว่าจะทำเสร็จเล่นเอาเดือดเช่นเดียวกับชื่อหนังนั้นแหละ

เรื่อง ของเรื่องคือ ปี 1950 ปีที่ถ่ายทำหนังเรื่องนี้ ทีมงานถ่ายทำหนังเรื่องนี้เกือบตายยกกอง
ไล่ตั้งแต่ ซูซาน เฮย์วาร์ด โดนกลุ่มเสือดาวจู่โจมแต่โชคดีรอดมาได้ แล้วต่อมาก็เจออีกเมื่อ
บ้านผู้กำกับโดนไฟไหม้ แถมสถานที่ถ่ายทำหนังเรื่องนี้ที่ทะเลทรายซาทาร่าโดนเป็นจุดถ่ายทำหนัง
เรื่องนี้ บังเอิญพอดีที่ทางการสหรัฐทดลองระเบิดปรมาณูเสียอีก โดยทดลองไป 11 ลูก (อะไรจะซวยขนาด)
แถมเกิดขึ้นหลังหนังใกล้ถ่ายทำจบแล้ว ทำให้ทีมงานต้องดันทุรังถ่ายหนังต่อไป
(ใกล้จุดทดลองระเบิดนั้นแหละ)ท่ามกลาง ความร้อนถึง 120 องศาในทะเลทราย ทำให้โดนกัมมันตรังสีเต็มๆ

ทำ ให้ 2-3 ปี ต่อมา 91 คน จาก 220 สมาชิกกองถ่ายเป็นมะเร็ง และอีก 46 คนตายเพราะโรคนี้
รวมถึงดารานำและผู้กำกับ ซูซาน เฮย์วาร์ด และผู้กำกับ และทำให้ เปโดร อาร์เมนดาริซ
ซึ่งเป็นดารนำเรื่องนี้ต้องฆ่าตัวตายอีกหลังทราบข่าวว่าเขาเป็นมะเร็ง


อันดับ 1 The Omen(1976) 

อันดับ 1 ตกเป็นของ The Omen ซึ่งเป็นหนังเกี่ยวกับซาตานล้างโลกอีกแหละ
ซึ่งดูเหมือนสวรรค์จะไม่ชอบหนังเรื่องนี้สักเท่าไหร่เลยต้องมีการลงโทษ(จาก สวรรค์)

เริ่ม จากระหว่างการถ่ายทำหนังเรื่องนี้ เครื่องบินที่คนเขียนบท เดวิด เซลท์เซอร์
นั่ง โดนฟ้าผ่าแต่โชคดีที่ไม่ตาย ต่อมานักแสดงชื่อเกรกอรี่ เพ็ค และ ผู้ช่วยผู้กำกับ เมซ เนียวเฟลด์ซก็โดนฟ้าผ่าเครื่องบินเช่นกัน (โชคดีว่าฟ้าผ่าหนเดียวแหละ)


นอก จากนี้โรงแรงที่ เนียวดฟลด์ซไปพักระหว่างถ่ายทำถูก IRA บอมบ์
ตรงร้านอาหารที่ผู้กำกับและนักแสดงกำลังจะไปกินข้าว โชคดีอีกแล้วที่ไม่มีใครม่อง

แต่ที่ปรึกษาผู้ช่วยสเปเชียวเอฟเฟก ชื่อ จอห์น ริชาร์ดสัน ไม่โชคดีด้วย
โดย วันศุกร์ที่ 13 สิงหา ปี 1976 เขาขับรถชนในฮอลแลนด์ ผู้ช่วยของเขาถูกตัด
เป็นชิ้นๆด้วยล้อหน้า บดเละไปกับซากรถ ซึ่งรถคนนั้นเกิดเหตุตรงที่ป้ายข้างถนนเขียนว่า Ommen 66.6km.!!

จากนั้นเวลาต่อมาลูกชายของเกรกอรี่ เพคก็เอาปืนยิงฆ่าตัวตายอีกทำให้หลายๆ คนเชื่อว่าหนังเรื่องนี้มีคำสาป


ที่มาข้อมูล http://www.dek-d.com/board/view.php?id=2652068

วันพุธที่ 26 ธันวาคม พ.ศ. 2555

โครงสร้างเครือข่ายคอมพิวเตอร์


1. โครงสร้างเครือข่ายคอมพิวเตอร์แบบบัส (bus topology)
          โครงสร้างเครือข่ายคอมพิวเตอร์แบบบัส จะประกอบด้วย สายส่งข้อมูลหลัก ที่ใช้ส่งข้อมูลภายในเครือข่าย เครื่องคอมพิวเตอร์แต่ละเครื่อง จะเชื่อมต่อเข้ากับสายข้อมูลผ่านจุดเชื่อมต่อ เมื่อมีการส่งข้อมูลระหว่างเครื่อง คอมพิวเตอร์หลายเครื่องพร้อมกัน จะมีสัญญาณข้อมูลส่งไปบนสายเคเบิ้ล และมีการแบ่งเวลาการใช้สายเคเบิ้ล แต่ละเครื่อง ข้อดีของการเชื่อมต่อแบบบัส คือ ใช้สื่อนำข้อมูลน้อย ช่วยให้ประหยัดค่าใช้จ่าย และถ้าเครื่อง คอมพิวเตอร์เครื่องใดเครื่องหนึ่งเสียก็จะไม่ส่งผลต่อการทำงาน ของระบบโดยรวม แต่มีข้อเสีย คือ การตรวจจุดที่มีปัญหา กระทำได้ค่อนข้างยาก และถ้ามีจำนวนเครื่องคอมพิวเตอร์ ในเครือข่ายมากเกินไป จะมีการส่งข้อมูลชนกันมากจนเป็นปัญหา
2. โครงสร้างเครือข่ายคอมพิวเตอร์แบบวงแหวน (ring topology)
        โครงสร้างเครือข่ายคอมพิวเตอร์แบบวงแหวน มีการเชื่อมต่อระหว่างเครื่องคอมพิวเตอร์โดยที่แต่ละ การเชื่อมต่อจะมีลักษณะเป็นวงกลม การส่งข้อมูลภายในเครือข่ายนี้ก็จะเป็นวงกลมด้วยเช่นกัน ทิศทางการส่งข้อมูล จะเป็นทิศทางเดียวกันเสมอ จากเครื่องหนึ่งจนถึงปลายทางในกรณีที่มีเครื่อง คอมพิวเตอร์เครื่องใดเครื่องหนึ่งขัดข้อง การส่งข้อมูลภายในเครือข่ายชนิดนี้จะไม่สามารถทำงานต่อไปได้ ข้อดี ของโครงสร้าง เครือข่ายแบบวงแหวนคือ ใช้สายเคเบิ้ลน้อย และถ้าตัดเครื่องคอมพิวเตอร์ที่เสียออกจากระบบ ก็จะไม่ส่งผลต่อการทำงานของระบบเครือข่ายนี้ และจะไม่มีการชนกันของข้อมูลที่แต่ละเครื่องส่ง

3. โครงสร้างเครือข่ายคอมพิวเตอร์แบบดาว (Star topology)
          คือ จะมีไมโครคอมพิวเตอร์เครื่องหนึ่งทำหน้าที่เป็นเครื่องศูนย์กลางแม่ข่าย ไมโครคอมพิวเตอร์ที่เหลือและอุปกรณ์สื่อสารอื่นๆ ทั้งหมดจะเชื่อมต่อไปยังเครื่องแม่ข่ายโดยมีฮับ (HUB) เป็นอุปกรณ์คอยจัดการรับส่งข่าวสารจากเครื่องหนึ่งๆไปสู่เครื่องอื่นๆ สายสื่อสารจะเชื่อมต่อจากไมโครคอมพิวเตอร์เข้าสู่ฮับแยกไปแต่ละเครื่อง สัญญาณอิเล็กทรอนิกส์จะถูกส่งผ่านจากเครื่องหนึ่งผ่านฮับไปยังเครื่องปลายทาง ฮับจะคอยตรวจสอบลำดับการจราจรที่วิ่งไปมาในเครือข่าย

4. โครงสร้างเครือข่ายคอมพิวเตอร์แบบผสม (Hybrid topology)
          คือ เป็นเครือข่ายที่ผสมผสานกันทั้งแบบดาว,วงแหวน และบัส เช่น วิทยาเขตขนาดเล็กที่มีหลายอาคาร เครือข่ายของแต่ละอาคารอาจใช้แบบบัสเชื่อมต่อกับอาคารอื่นๆที่ใช้แบบดาว และแบบวงแหวน

ที่มาข้อมูล : http://reg.ksu.ac.th
http://www.sathukit.com

วันอังคารที่ 25 ธันวาคม พ.ศ. 2555

เมี่ยงคำเมืองตาก

เมี่ยงคำ เป็นอาหารว่างชนิดหนึ่งที่มีคุณค่าทางสมุนไพรสูงเพราะมีคุณสมบัติในการบำรุง รักษาธาตุทั้ง 4 เพื่อให้สมดุลกัน น้ำอ้อย,มะพร้าว,ถั่วลิสงหรือมะม่วงหิมพานต์และกุ้งแห้งใช้บำรุงรักษาธาตุ ดิน มะนาวและใบชะพลูใช้บำรุงรักษาธาตุน้ำ หอมและพริกใช้บำรุงรักษาธาตุลม เปลือกของมะนาวและขิงสดบำรุงรักษาธาตุไฟ เมี่ยงคำเมืองตาก หรือเมี่ยงจอมพล ลักษณะเด่นและส่วนประกอบของเมี่ยง คือ มะพร้าวขูด ข้าวตากแห้งทอด ถั่วลิสงคั่ว กุ้งแห้ง แคบหมู มะนาว หัวหอมแดง ขิง หั่นเป็นชิ้นเล็ก ๆ พริกขี้หนูสด เต้าเจี้ยว ข้าวเกรียบชุบน้ำให้อ่อนตัว นำส่วนประกอบทั้งหมดห่อด้วยข้าวเกรียบใส่น้ำเต้าเจี้ยว ห่อพอดีคำ รับประทานเป็นของว่าง

โครงงานบูรณาการเศรษฐกิจพอเพียง เรื่อง เมี่ยงคำเมืองตาก

ที่มาและความสำคัญ
            เมี่ยงคำเมืองตาก หรือที่ชาวบ้านทั่วไปเรียกว่าเมี่ยงจอมพล เป็นเมี่ยงที่มีลักษณะเด่นและมีส่วนประกอบของเมี่ยง เช่น มะพร้าวขูด ข้าวตากแห้งทอด ถั่วลิสงคั่ว ข้าวเกรียบชุบน้ำให้อ่อนตัว ฯลฯ ซึ่งนิยมรับประทานเป็นของว่าง และยังเป็นอาหารพื้นบ้านของชาวจังหวัดตากที่มีชื่อเสียง แต่ปัจจุบันพบว่า เมี่ยงคำเมืองตาก หรือที่ชาวบ้านทั่วไปเรียกว่าเมี่ยงจอมพลนั้น หาทานได้ยาก เพราะเนื่องจากประชาชนทั่วไปนิยมหันมารับประทานอาหารอื่นแทน
                คณะผู้จัดทำจึงทำการศึกษาอุปกรณ์ ส่วนประกอบ ตลอดจนการทำเมี่ยงคำเมืองตาก และนำเสนอ เผยแพร่ข้อมูลเกี่ยวกับเมี่ยงคำเมืองตาก
                การนำเสนอ และเผยแพร่ข้อมูล เกี่ยวกับเมี่ยงคำเมืองตากนั้น คณะผู้จัดทำได้เผยแพร่ลงในสื่อออนไลน์ เช่น facebook เว็บไซต์ และบล็อกเกอร์ เพื่อเป็นการใช้เทคโนโลยีให้เกิดประโยชน์ และเพื่อเป็นการอนุรักษ์อาหารพื้นบ้านของชาวจังหวัดตากใหเอยู่คู่กับชาวจังหวัดตาก ตลอดไป
วัตถุประสงค์
           1. เพื่อศึกษาวิธีการทำเมี่ยงคำ
           2. เพื่อใช้เทคโนโลยีสารสนเทศในการนำเสนอข้อมูล เรื่อง เมี่ยงคำเมืองตาก
           3. เพื่ออนุรักษ์วัฒนธรรมท้องถิ่นของจังหวัดตาก และเผยแพร่วัฒนธรรมท้องถิ่น
ของจังหวัดตาก  ให้มีชื่อเสียงมากยิ่งขึ้น
 
ประโยชน์ที่ได้รับ
              1.ได้รู้เกี่ยวกับวิธีการทำเมี่ยงคำซึ่งเป็นอาหารพื้นบ้านของชาวจังหวัดตาก
              2 . ได้ใช้เทคโนโลยีสารสนเทศในการนำเสนอข้อมูลเรื่องเมี่ยงคำเมืองตาก
              3.  ได้อนุรักษ์วัฒนธรรมท้องถิ่นของจังหวัดตาก และได้เผยแพร่วัฒนธรรมท้องถิ่นของชาวจังหวัดตาก  และได้เผยแพร่วัฒนธรรมของจังหวัดตากให้มีชื่อเสียงมากยิ่งขึ้น

วันอังคารที่ 18 ธันวาคม พ.ศ. 2555

ยอดเขาเอเวอเรสต์


ยอดเขาเอเวอเรสต์ (อังกฤษ: Mount Everest) เป็นยอดเขาหนึ่งในเทือกเขาหิมาลัย ซึ่งเกิดจากการชนกันของแผ่นเปลือกโลกยูเรเซียนและแผ่นเปลือกโลกอินเดียในทางภูมิรัฐศาสตร์ ยอดเขาเอเวอเรสต์ถือเป็นจุดแบ่งพรมแดนระหว่างประเทศเนปาลและทิเบต โดยชาวเนปาลเรียกยอดเขาเอเวอเรสต์ว่า สครมาถา (ภาษาสันสกฤต: सगरमाथा หมายถึง หน้าผากแห่งท้องฟ้า) ส่วนชาวทิเบตขนานนามยอดเขาแห่งนี้ว่า โชโมลังมา  หมายถึง มารดาแห่งสวรรค์)
ชื่อยอดเขาเอเวอเรสต์นั้น ตั้งโดย เซอร์แอนดรูว์ วอ นักสำรวจประเทศอินเดียชาวอังกฤษ เพื่อเป็นเกียรติแก่ เซอร์จอร์จ อีฟเรสต์ นักสำรวจประเทศอินเดียรุ่นก่อนหน้า (คำว่า Everest นี้ คนส่วนมากอ่านออกเสียงเป็น เอเวอเรสต์ ขณะที่เซอร์จอร์จอ่านออกเสียงชื่อสกุลของตัวเองว่า อีฟเรสต์) ซึ่งก่อนหน้านั้นนักสำรวจเรียกยอดเขาแห่งนี้เพียงว่า ยอดที่สิบห้า (Peak XV)
คนทั่วไปจดจำชื่อเอเวอเรสต์ได้ในฐานะยอดเขาที่สูงที่สุดในโลก แต่สำหรับชาวเชอร์ปา (Sherpa) และนักปีนเขา (climber) บางคนแล้ว ยอดเขาเอเวอเรสต์ไม่ได้เป็นเพียงแค่จุดที่สูงที่สุดบนพื้นโลกเท่านั้น หากยังเป็นจุดหมายสูงสุดในชีวิตพวกเขาด้วย การไปให้ถึงยอดเขาเอเวอเรสต์เป็นเรื่องที่ยากลำบาก แต่เมื่อยอดเขาเอเวอเรสต์ถูกพิชิตได้ นั่นหมายความว่าขีดจำกัดของมนุษยชาติได้เพิ่มขึ้นอีกขั้นหนึ่งแล้ว

วันจันทร์ที่ 10 ธันวาคม พ.ศ. 2555

ป่า 3 อย่างประโยชน์ 4 อย่าง

ป่า 3 อย่างคือ
           
           1. ป่าไม้ใช้สอย  คือ ไม้โตเร็ว สำหรับใช้ในครัวเรือน เช่น สะเดา ไม้ไผ่
           2. ป่าไม้กินได้  คือ ไม้ผล เช่น มะม่วง และผักกินใบต่างๆ 
           3. ป่าไม้เศรษฐกิจ  คือ  ไม้ที่ปลูกไว้ขาย  หรือไม้เศรษฐกิจ เช่น ไม้สัก


ส่วนประโยชน์ 4 อย่าง จำแนกประโยชน์แต่ละอย่างออกเป็น
          

            1. ป่าไม้ใช้สอย  นำมาสร้างบ้าน  ทำเล้าเป็ด  เล้าไก่  ด้ามจอบเสียม  ทำหัตถกรรม  หรือกระทั่งใช้เป็นเชื้อเพลิง (ฟืน) ในการหุงต้ม
           2. ป่าไม้กินได้  นำมาเป็นอาหาร  ทั้งพืชกินใบ  กินผล  กินหัว  และเป็นยาสมุนไพร
           3. ป่าไม้เศรษฐกิจ  เป็นแหล่งรายได้ของครัวเรือน  เป็นพืชที่สามารถนำมาจำหน่ายได้  ซึ่งควรปลูกพืชหลากหลายชนิดเพื่อลดความเสี่ยงเรื่องราคาตกต่ำและไม่แน่นอน
           4. ประโยชน์ในการช่วยอนุรักษ์ดินและน้ำ  การปลูกพืชที่หลากหลายอย่างเป็นระบบ จะช่วยสร้างสมดุลของระบบนิเวศในสวน  ช่วยปกป้องผิวดินให้ชุ่มชื้น ดูดซับน้ำฝน และค่อยๆ ปลดปล่อยความชื้อสู่สวนเกษตรกรรม


ที่มาข้อมูล http://www.vcharkarn.com

จริยธรรมและคุณธรรมในการใช้คอมพิวเตอร์และอินเทอร์เน็ต

     จริยธรรม หมายถึง หลักศีลธรรมจรรยาที่กำหนดขึ้นเพื่อใช้เป็นแนวทางปฏิบัติ หรือควบคุมการใช้ระบบคอมพิวเตอร์และสารสนเทศ ซึ่งเมื่อพิจารณาจริยธรรมเกี่ยวกับการใช้เทคโนโลยีสารสนเทศและคอมพิวเตอร์แล้ว สามารถสรุปได้ 4 ประเด็น ได้แก่

          1. ความเป็นส่วนตัว (Information Privacy) ความเป็นส่วนตัวของข้อมูลและสารสนเทศ โดยทั่วไปหมายถึงสิทธิที่จะอยู่ตามลำพังและเป็นสิทธิที่เจ้าของสามารถที่จะควบคุมข้อมูลของตนเองในการเปิดเผยให้กับผู้อื่น ปัจจุบันมีประเด็นเกี่ยวกับการละเมิดความเป็นส่วนตัวที่เป็นข้อหน้าสังเกตดังนี้
          - การเข้าไปดูข้อความในจดหมายอิเล็กทรอนิกส์และการบันทึกข้อมูลในเครื่องคอมพิวเตอร์ รวมทั้งการบันทึก-แลกเปลี่ยนข้อมูลที่บุคคลเข้าไปใช้บริการเว็บไซต์และกลุ่มข่าวสาร
          - การใช้เทคโนโลยีในกาติดตามความเคลื่อนไหวหรือพฤติกรรมของบุคคล เช่น บริษัทใช้คอมพิวเตอร์ในการตรวจจับหรือเฝ้าดูการปฏิบัติงาน/การใช้บริการของพนักงาน
          - การใช้ข้อมูลของลูกค้าจากแหล่งต่างๆ เพื่อผลประโยชน์ในการขยายตลาด
          - การรวบรวมหมายเลขโทรศัพท์ ที่อยู่อีเมล์ หมายเลขบัตรเครดิต และข้อมูลส่วนตัวอื่นๆ เพื่อนำไปสร้างฐานข้อมูลประวัติลูกค้าใหม่ขึ้นมาแล้วนำไปขายให้กับบริษัทอื่น
           2. ความถูกต้อง (Information Accuracy) ในการใช้คอมพิวเตอร์เพื่อการรวบรวม จัดเก็บ และเรียกใช้ข้อมูลนั้น คุณลักษณะที่สำคัญประการหนึ่งคือความน่าเชื่อถือได้ของข้อมูล ทั้งนี้ ข้อมูลจะมีความน่าเชื่อถือมากน้อยเพียงใดย่อมขึ้นอยู่กับความถูกต้องในการบันทึกข้อมูลด้วย ประเด็นด้านจริยธรรมที่เกี่ยวกับความถูกต้องของข้อมูล โดยทั่วไปจะพิจารณาว่าใครจะเป็นผู้รับผิดชอบต่อความถูกต้องของข้อมูลที่จัดเก็บและเผยแพร่
          3. ความเป็นเจ้าของ (Information Property) ในสังคมของเทคโนโลยีสารสนเทศมักจะกล่าวถึงการละเมิดลิขสิทธิ์ซอฟต์แวร์ เมื่อท่านซื้อโปรแกรมคอมพิวเตอร์ที่มีการจดลิขสิทธิ์ นั่นหมายความว่าท่านจ่ายค่าลิขสิทธิ์ในการใช้ซอฟต์แวร์นั้น ซึ่งลิขสิทธิ์ในการใช้จะแตกต่างกันไปในแต่ละสินค้าและบริษัท บางโปรแกรมอนุญาตให้ติดตั้งได้เพียงเครื่องเดียว ในขณะที่บางโปรแกรมอนุญาตให้ใช้ได้หลายเครื่อง ตราบใดที่ท่านยังเป็นบุคคลที่มีสิทธิในโปรแกรมคอมพิวเตอร์ที่ซื้อมา การคัดลอกโปรแกรมให้กับบุคคลอื่น เป็นการกระทำที่ต้องพิจารณาให้รอบคอบก่อนว่าท่านมีสิทธิในโปรแกรมนั้นในระดับใด
          4. การเข้าถึงข้อมูล (Data Accessibility) คือการป้องกันการเข้าไปดำเนินการกับข้อมูลของผู้ใช้ที่ไม่มีส่วนเกี่ยวข้อง และเป็นการรักษาความลับของข้อมูล ตัวอย่างสิทธิในการใช้งานระบบเช่น การบันทึก การแก้ไข/ปรับปรุง และการลบ เป็นต้น ดังนั้น ในการพัฒนาระบบคอมพิวเตอร์จึงได้มีการออกแบบระบบรักษาความปลอดภัยในการเข้าถึงข้อมูลของผู้ใช้ และการเข้าถึงข้อมูลของผู้อื่นโดยไม่ได้รับความยินยอมนั้น ถือว่าเป็นการผิดจริยธรรมเช่นเดียวกับการละเมิดข้อมูลส่วนตัว ในการใช้งานคอมพิวเตอร์และเครือข่ายร่วมกัน หากผู้ใช้ร่วมใจกันปฏิบัติตามระเบียบและข้อบังคับของแต่ละหน่วยงานอย่างเคร่งครัดแล้ว การผิดจริยธรรมตามประเด็นที่กล่าวมาข้างต้นก็คงจะไม่เกิดขึ้น


จรรยาบรรณการใช้เครือข่ายสังคมออนไลน์
     1. ให้ระมัดระวังการละเมิดหรือสร้างความเสียหายให้ผู้อื่น
     2. ให้แหล่งที่มาของข้อความ ควรอ้างอิงแหล่งข่าวได้
     3. ไม่กระทำการรบกวนผู้อื่นด้วยการโฆษณาเกินความจำเป็น
     4. ดูแลและแก้ไขหากตกเป็นเหยื่อจากโปรแกรมอันไม่พึงประสงค์ เพื่อป้องกันมิให้คนอื่นเป็นเหยื่อ

บัญญัติ 10 ประการ
     1. ต้องไม่ใช้คอมพิวเตอร์ทำร้ายหรือละเมิดผู้อื่น
     2. ต้องไม่รบกวนการทำงานของผู้อื่น
     3. ต้องไม่สอดแนม แก้ไข หรือเปิดดูแฟ้มข้อมูลของผู้อื่น
     4. ต้องไม่ใช้คอมพิวเตอร์เพื่อการโจรกรรมข้อมูลข่าวสาร
     5. ต้องไม่ใช้คอมพิวเตอร์สร้างหลักฐานที่เป็นเท็จ
     6. ต้องมีจรรยาบรรณการใช้เครือข่ายสังคมออนไลน์
     7. ให้ระมัดระวังในการละเมิดหรือสร้างความเสียหายให้ผู้อื่น
     8. ให้แหล่งที่มาของข้อความ ควรอ้างอิงแหล่งข่าวได้
     9. ไม่กระทำการรบกวนผู้อื่นด้วยการโฆษณาเกินความจำเป็น
    10. ดูแลและแก้ไขหากตกเป็นเหยื่อจากโปรแกรมอันไม่พึงประสงค์ เพื่อป้องกันมิให้คนอื่นเป็นเหยื่อ

ที่มาข้อมูล http://www.nattapon.com


วันเสาร์ที่ 8 ธันวาคม พ.ศ. 2555

ตำนานโลก ปิรามิดแห่งกิซ่า (The Great Pyramid of Egypt)

     ปิรามิดเป็นสิ่งก่อสร้างรูปกรวยเหลี่ยมสำหรับเป็นที่เก็บศพกษัตริย์อียิปต์โบราณ ในอียิปต์มีอยู่ 70 ด้วยกัน แต่ปิรามิด 3 แห่งที่อยู่เมืองกีซ่า คือ หลุมฝังศพของพระเจ้าฟาโรห์คีออพส์(พระเจ้าคูฟู) คีเฟรน และไมซีรีนัส เป็นปิรามิดที่ใหญ่ที่สุดสันนิษฐานว่าปิรามิดนี้ สร้างขึ้นมาตั้งแต่ 4600 ปีมาแล้ว นับว่าเป็นสิ่งมหัศจรรย์ของโลกยุคเก่า ที่ยิ่งใหญ่ที่สุดและยังคงตั้งตระหง่านอยู่เพียงแห่งเดียวในโลก ใช้เวลาสร้าง 10 ปี

     ปิรามิดที่ยิ่งใหญ่ทั้งสามอันแห่งเมืองกีซ่านี้ ที่ใหญ่ที่สุดคือปิรามิดของพระเจ้าฟาโรห์คีออพส์ เรียกว่ามหาปิรามิด

     - ฐานของปิรามิดแห่งนี้มีความกว้างถึง 570,000 ตาราง768 ฟุต บริเวณฐานปิรามิด 4 ด้านนั้น มีความกว้างยาวเท่ากัน คือ 755 ฟุต หรือ 230.12 เมตร จะแตกต่างกันมากน้อยแค่ 8 นิ้ว

     - ตัวมหาปิรามิดนี้สูงประมาณ 432 ฟุตประมาณได้ว่ามีหินก้อนมหึมาถึง 2,300,000 ก้อน หนักกว่า 6,000,000 ตัน แต่ละก้อนหนักถึง 2.5 ตัน บางก้อนหนักถึง 16 ตัน กว้างยาวประมาณ 3 ฟุต หรือ 1 เมตร

     สันนิษฐานว่าผู้สร้างปิรามิดนี้อาศัยดวงดาวเป็นหลัก นอกจากความใหญ่โตอันน่ามหัศจรรย์ของปิรามิดแล้ว การก่อสร้างให้สำเร็จยัง น่ามหัศจรรย์ยิ่งกว่าหลายเท่าถ้าทราบว่าหินเหล่านี้ต้องสกัดมาจากภูเขาที่อยูไกล แล้วลากมาสู่ฝั่งแม่น้ำไนล์ ล่องลงมาเป็นระยะทางนับร้อยไมล์ จึงมาถึงจุดใกล้ที่ก่อสร้าง แล้วชักลากผ่านทะเลทรายไปถึงที่ก่อส้างต้องแต่งสลักเป็นแท่งสี่เหลี่ยม แล้วยก วางซ้อนขึ้นไปจนถึง 432 ฟุต

     ใจกลางปิรามิดมีห้องเก็บพระศพของพระเจ้าคีออพส์ข้างในทำจากหินแกรนิต กว้าง 34 ฟุต ยาว 17 ฟุต และสูง 19 ฟุต หีบพระศพของพระเจ้าคีออพส์ทำด้วยหินแกรนิตตั้งอยู่ทางทิศตะวันตกของห้องปิรามิดของพระเจ้าคีออพส์ ล้อมรอบด้วยหลุมศพ และปิรามิดเล็ก ๆ อีก 3 แห่ง ซึ่งเป็นของสมาชิกในราชวงศ์และในราชสำนักชั้นสูง

     ปิรามิดแห่งที่สองของกีซ่าเป็นปิรามิดคีเฟรน ตั้งอยู่ทางทิศตะวันตกเฉียงใต้ของมหาปิรามิด เล็กกว่ามหาปิรามิดเล็กน้อย คือสูง 460 ฟุต ช่วงบนของปิรามิดนี้มีลักษณะเด่นเพราะเป็นหินปูนขาว

     ปิรามิดไมซีรีนัส เป็นปิรามิดที่เล็กที่สุดในบรรดาทั้งสามแห่ง สูงแค่ 230 ฟุต นอกเหนือจากปิรามิดทั้งสามแล้วยังมี ตัวสฟิงซ์ซึ่งมีชื่อเสียงมากเช่นกัน โดยแกะสลักหินก้อนใหญ่เป็นรูปสิงโตหมอบอยู่แต่หน้าเป็นมนุษย์ใบหน้านี้เป็นใบหน้าของพระเจ้าคีเฟรน ซึ่งมีคนนับถือเป็นพระเจ้าแห่งพระอาทิตย์ รูปสฟิงซ์นี้สูงถึง 66 ฟุต ยาว 240 ฟุต หมอบเฝ้าปากทางที่พามุ่งตรงไปยังปิรามิดแห่งคีเฟรน


ที่มาข้อมูล http://variety.teenee.com/world/330.html

น้ำตา คืออะไร??

เชื่อว่าเพื่อนๆทุกคนเคยต้องเคยเห็นน้ำตาของตัวเอง แต่รู้ไหมว่าน้ำตามันคืออะไร ถ้ายังไม่รู้วันนี้จะเรามาทำความรู้จักกันเลยดีกว่า
     น้ำตา คือ น้ำหรือสารคัดหลั่ง ที่มีหน้าที่หล่อเลี้ยงดวงตาให้ชุ่มชื้นอยู่เสมอ น้ำที่หล่อเลี้ยงดวงตานี้หลั่งมาจากต่อมน้ำตา หนังตา และเยื่อบุตา ตลอดเวลาในปริมาณเล็กน้อย จนไม่สังเกตว่ามีน้ำตา แต่เมื่อเวลาที่เกิดอารมณ์ดีใจ เสียใจ หรือมีสิ่งแปลกปลอมทำให้ระคายเตืองตา จะมีน้ำหลั่งมาจากต่อมน้ำตาในปริมาณมากพอให้เห็นได้ บางครั้งอาจมีลักษณะของตาแดง บวมช้ำ ร่วมด้วย


ส่วนประกอบของน้ำตา
น้ำตาประกอบด้วยน้ำและสารต่างๆ ที่เป็นเสมือนอาหารให้เซลล์ผิวดวงตา ช่วยให้ผิวดวงตาแข็งแรง เช่น ออกซิเจน โดยปกติ กระจกตา เป็นอวัยวะที่ไม่มีเลือดมาเลี้ยงเหมือนกล้ามเนื้อส่วนอื่นๆ ในดวงตา จึงต้องการออกซิเจนจากอากาศและน้ำตาเป็นหลัก นอกจากนี้ น้ำตา ยังมีสารอิเล็กโทรไลต์และวิตามินต่างๆ เช่นวิตามินเอ วิตามินอีมีสารต้านจุลชีพ (antimicrobial) และสารต้านอนุมูลอิสระ (anti-oxidant) ที่จำเป็นต่อการคงสภาพที่ปกติของผิวดวงตา
ในภาวะปกติ น้ำตาสร้างมาจากต่อมน้ำตา ต่อมภายในเยื่อบุตา ต่อมบริเวณโคนขนตา ตลอดจนต่อมภายในหนังตา แต่ละต่อมสร้างน้ำตาต่างชนิดกัน โดยเรียงเป็น 3 ชั้น ชั้นนอกเป็นชั้นไขมัน ชั้นกลางเป็นน้ำ และชั้นที่ชิดผิวตาเป็นชั้นเมือก น้ำตาจะหายไปโดยการระเหยร้อยละ 20 ที่เหลือจะไหลลงท่อบริเวณหัวตา

อวัยวะสำหรับหลั่งน้ำตา
ต่อมน้ำตา
หลอดน้ำตา 
ถุงน้ำตา 
ที่มา : www.wikipedia.org

วันศุกร์ที่ 7 ธันวาคม พ.ศ. 2555

ดื่มกาแฟอย่างไร ไม่เสียสุขภาพ ^__^


           เมื่อ 20 ปีที่ผ่านมา กาแฟและเครื่องดื่มที่มีคาเฟอีนถูกโจมตีว่า ทำให้เกิดโรคหัวใจ ความดันโลหิต เป็นหมัน ทำให้ผู้หญิงตั้งครรภ์แท้งได้ หรือทารกน้ำหนักน้อย เพิ่มความเสี่ยงมะเร็งรังไข่ ซีสต์ในเต้านม และกระดูกพรุน แต่ข้อมูลการวิจัยในปัจจุบันเปิดเผยว่าการดื่มกาแฟเพียงวันละ 1-2 ถ้วยนั้นปลอดภัย และอาจให้ผลดี ถ้าดื่มให้เป็น
          รายงานผลการวิจัยจากฟินแลนด์และมหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ดระบุว่า คนที่ดื่มกาแฟมีความเสี่ยงการเกิดเบาหวานประเภท 2 น้อยกว่าคนที่ไม่ดื่ม ความเสี่ยงที่ลดลงเป็นสัดส่วนกับปริมาณกาแฟที่ดื่ม และกาแฟไร้คาเฟอีนให้ผลน้อยกว่า ส่วนชาไร้คาเฟอีนและเครื่องดื่มอื่นๆ ที่มีคาเฟอีนไม่ให้ผลเหมือนกาแฟ แต่นักวิจัยก็เตือนว่าอย่าเพิ่งมั่นใจจนหันไปโหมกาแฟ เพราะนักวิจัยยังต้องติดตามการวิจัยอีกมาก 
                    นอกจากนี้กาแฟยังยังช่วยลดความเสี่ยงการเกิดนิ่วในถุงน้ำดี มะเร็งลำไส้ใหญ่ โรคพาร์คินสัน ลดอันตรายจากตับในผู้ที่มีความเสี่ยงโรคตับ ลดอาการหอบในผู้ที่มีโรคหอบหืด เพิ่มความจำ และสำหรับนักกีฬาเพิ่มความทน และความอึดในกีฬาที่ต้องใช้เวลานาน

          สำหรับผู้ที่ดื่มกาแฟเพราะต้องการแก้ง่วง นักวิจัยแนะนำให้ดื่มปริมาณน้อยๆ แต่กระจายการดื่มออกไปตลอดวัน เช่น แทนที่จะดื่มถ้วยใหญ่ 16 ออนซ์ (500 มล.) ในตอนเช้า ให้ดื่มเพียงครั้งละ 2-3 ออนซ์ (60-90 มล) แต่บ่อยขึ้น กาแฟจะเริ่มออกฤทธิ์ใน 15 นาที และจะอยู่ในร่างกายนานหลายชั่วโมง และต้องใช้เวลาถึง 6 ชั่วโมงกว่า ที่จะถูกขจัดออกจากร่างกาย


ของดีในกาแฟ 

            นักวิจัยของศูนย์วิจัยของศูนย์วิจัยใหญ่ในสวิสเซอร์แลนด์ ซึ่งมีบริษัทขายกาแฟรายใหญ่ของโลกพบว่า เมล็ดกาแฟมีสารต้านอนุมูลอิสระมากกว่าชาเขียวถึง 4 เท่า และยังมากกว่าโกโก้ ชาสมุนไพรและไวน์แดงอีก ที่มากกว่าเพราะผู้บริโภคดื่มกาแฟมากกว่าเครื่องดื่มอื่นๆ แต่สารต้านอนุมูลอิสระในกาแฟแต่ละถ้วยและแต่ละยี่ห้อนั้นก็ไม่เท่ากันขึ้นกับชนิดของกาแฟ
          กาแฟพันธุ์โรบัสต้า (Robusta) มีสารต้านอนุมูลอิสระ และคาเฟอีนมากกว่าพันธ์อราบิก้า (Arabicas) ถึง 2 เท่า ซึ่งเป็นผลมาจากวิธีการคั่วกาแฟ และปริมาณกาแฟที่ละลายแต่ละถ้วย รวมทั้งยังขึ้นอยู่กับวิธีการชงกาแฟ ระยะเวลาและปริมาณกาแฟที่ใช้ด้วย


วันพฤหัสบดีที่ 6 ธันวาคม พ.ศ. 2555

เด็ด!! สูตรลับ 10-20-30 อ่านหนังสือเข้าหัวชัวร์


        สวัสดีเพื่อน ๆ เวลาจะอ่านหนังสือเรียนก็มักจะยกยอดไปอ่านช่วงใกล้สอบ กะว่าอัดหนักๆ ช่วงใกล้สอบจะได้ไม่ลืม ซึ่งเป็นความคิดที่ผิดมหันต์มหัศจรรย์ใจมาก เพราะการยัดเยียดเนื้อหาเข้าหัววันละ 6-7 ชั่วโมงทุกวันติดต่อกันโดยไม่พัก จะทำให้สมองของเราล้าได้ 

              ดังนั้นถ้าอยากอ่านให้เข้าหัว เริ่มแรกคงต้องเริ่มจากการปรับตัว ต้องสัญญากับตัวเองก่อนว่าเราจะต้องค่อยๆ อ่านเก็บไปเรื่อยๆ ไม่ผลักภาระไปช่วงใกล้สอบเพียงอย่างเดียว โดยอ่านจะแบ่งอ่านแค่วันละ 1-2 ชั่วโมงก็พอครับ และนี่ก็เป็นที่มาของเคล็ดลับการอ่านหนังสือที่จะแนะนำในวันนี้
               มาเข้าสูตรกันบ้าง 10-20-30 คืออะไร? มันคือ กฎในเรื่องเวลาที่เหมาะสมสำหรับการอ่านหนังสือและเป็นประโยชน์ต่อสมองนั่นเองครับ โดยเริ่มจาก
               มาเข้าสูตรกันบ้าง 10-20-30 คืออะไร? มันคือ กฎในเรื่องเวลาที่เหมาะสมสำหรับการอ่านหนังสือและเป็นประโยชน์ต่อสมองนั่นเองครับ โดยเริ่มจาก


              10-20-30 ตัวเลขในชื่อเรื่อง พี่มิ้นท์ไม่ได้ใบ้เลขใดๆ ทั้งสิ้นนะครับ แต่นี่คือ เคล็ดลับการอ่านหนังสือที่จะช่วยเพิ่มความจำให้เข้าสมอง และจะทำให้น้องๆ จะกลับมารักการอ่านหนังสือ(เรียน)อีกครั้ง รับรองว่าเด็ดจริง อะไรจริงครับ


            30 นาทีแรก เข้าสู่บทเรียน เตรียมหนังสือเรียนที่จะอ่าน และอ่านตามปกติ จับประเด็นสำคัญ ตรงไหนที่คิดว่าต้องสนใจเป็นพิเศษก็ทำแถบไฮไลต์ไปซักปื้ดนึง สะดวกเวลากลับมาอ่านอีก แต่ช่วงเวลาที่อ่านขอเน้นย้ำเรื่องสมาธิ ถ้าอยากให้เป็น 20 นาทีที่คุ้มค่าก็ต้องเตรียมสมาธิให้พร้อมก่อนอ่านด้วยนะครับ ซึ่งพี่มิ้นท์ได้เคยเขียนเรื่องวิธีสร้างสมาธิไว้แล้วด้วย

วันพุธที่ 5 ธันวาคม พ.ศ. 2555

วิธี "ตัดใจ" ขั้น Advance..


เมื่อ "รัก" เดินทางมาถึงสุดปลายแล้ว ขอจงอย่าฉุดรั้งให้เหนื่อยเปล่า
ทางเดียวที่ควรทำเพื่อให้ชีวิตมีความสุขมากขึ้น คงหนีไม่พ้น... "ตัดใจ"
ต้องยอม "ตัดใจ" จากคนที่ไม่ได้รักเรา

1. เมื่อ รักไม่ได้ แต่ก็เกลียดไม่ลง  

ขอให้ลองเพิ่มดีกรีความรักต่อคนนั้นๆ ให้มากขึ้น รักให้มากขึ้นๆๆๆๆๆ
เพิ่มรักให้มากกว่าเดิมหลายเท่าตัว เพื่อที่เราจะได้รักเขาอย่างไม่มีข้อแม้
และพร้อมจะมอบให้แม้แต่ "อิสระภาพ" ที่เขาต้องการ  ลองใช้ความรักที่มีจนสุด
หัวใจมองเขาเป็นเด็กตัวเล็กๆ คนหนึ่งที่กำลังร้องขออะไรบางอย่าง ถึงแม้ว่าเรื่อง
ที่เขาปรารถนาคือการลาจาก ถ้าเรามีรักแท้ เขากล้าขอก็ต้องกล้าให้

2. ยังไงก็ขอบใจ

อย่ากลัวที่จะเก็บของเก่าๆ ที่ทำให้นึกถึงกัน จงใช้ของเหล่านั้นให้เป็นประโยชน์
พยายามนึกถึงวันเวลาดีๆ แล้วมีความสุขกับมันซะ ยิ้มให้กับวันเวลาที่ผ่านมา
ถึงแม้ว่าจะต้องยิ้มทั้งน้ำตา ก็อย่าลืม "ขอบใจนะ" กับทุกสิ่งที่เคยได้รับ
รวมถึง "บทเรียนอกหัก" ราคาแพงนั่นด้วย

3. ฟังเรื่องเศร้าคนอื่นบ้าง

คนเราเวลาเสียใจก็มักจะรู้สึกว่าตัวเองเป็นคนโชคร้ายที่สุดแล้ว ซึ่งคิดผิดถนัด
ในความเป็นจริง ทุกคนต่างก็เจอเจอเรื่องเศร้าในชีวิตกันเพียบ ถ้าลองได้ฟัง
คนอื่นเล่าบ้างเราจะรู้สึกดีกับตัวเองมากขึ้น และแหล่งรวมคนเศร้าเหล่านี้ก็หา
ไม่ยาก แค่เปิดช่อง 7 สีดู "สกู๊ปชีวิต" ก็สงสารตัวเองไม่ค่อยลงแล้ว

4. หาแฟนใหม่

อาจเป็นเรื่องที่ทำได้ยาก และมีโอกาสผิดพลาดสูง เนื่องจากจิตใจยังไม่พร้อม
แต่หลายคนยืนยันว่า วิธีหาแฟนใหม่ work~! จริง ดังนั้นคงไม่เสียหาย ถ้าเรา
จะเปิดใจให้ใครสักคนเข้ามาปลอบใจเรา ถึงแม้อาจคบกันได้ไม่นานแล้วต้องเลิก
ก็คงไม่เสียใจเท่ากับรักครั้งเก่า แต่วิธีนี้ไม่แนะนำกับคนที่อ่อนไหวง่าย

5. คุยกับผู้เชี่ยวชาญ

ผู้เชี่ยวชาญในที่นี้ไม่จำเป็นต้องเป็น จิตแพทย์ หรือนักจิตบำบัดเสมอไป อาจเป็น
ใครสักคนที่คุณไว้ใจและผ่านประสบการณ์เรื่องแบบนี้มาแล้ว เช่น คุณแม่ของเรา
การปรึกษากับคนเหล่านี้จะช่วยให้เราได้เข้าใจชีวิตมากขึ้นผ่านบทเรียนที่พวกเขา
เคยผ่านมา

6. ให้รางวัลกับตัวเอง

หลังจากที่ผ่านเรื่องร้ายๆ มา ก็ขอให้บอกกับตัวเองว่า "ชีวิตใหม่เกิดขึ้นแล้ว" และ
อย่าลืมให้รางวัลกับตนเองด้วยการ ซื้อเสื้อผ้าใหม่, ทำผมใหม่, ซื้อของที่อยากได้
และเลือกให้สิ่งดีๆ กับตนเองก่อนเป็นคนแรก เช่น สมัครเรียนคอร์สพิเศษต่างๆ ที่
สนใจเพื่อพัฒนาความสามารถ พัฒนาความรู้หรืออาชีพ

7. อ่านหนังสือธรรมมะ

จิตใจที่เป็นสมาธิขณะอ่านหนังสือธรรมมะจะบอกเราว่า ควรจะทำอย่างไรต่อไป
และกุศลที่เกิดขึ้นก็จะทำพาแต่สิ่งดีๆ ให้เข้ามาในชีวิตได้

8. อโหสิกรรม

การให้อภัยกับทุกคนและทุกสิ่ง จะทำให้ กาย/จิต มีชีวิตชีวามากขึ้นจนรู้สึกได้
เมื่อเราระงับความโกรธความเสียใจด้วยความเข้าใจในตัวผู้อื่นว่า "นี่แหละคน"
ทุกอย่างก็จะจบสิ้น และชีวิตใหม่ของเราก็จะเริ่มต้น

9. กลับไปหาคนที่รักเรา

กลับไปหา คุณพ่อ/คุณแม่ ที่รออยู่ พี่น้องที่ห่างเหินกัน และเพื่อนฝูงที่เคยรักใคร่
ไปมอบความรักที่มีให้กับคนที่รักเราบ้าง และคนเหล่านี้จะมอบรักที่บริสุทธิ์กลับ
คืนมาเช่นกัน...

10. คิดถึง "คนในอนาคต"

จินตนาการว่า ถ้าหากเรามัวจมปลักกับอดีตอยู่อย่างนี้ แล้วจะมีโอกาสได้พบกับ
"คนในอนาคต" ที่รอเราอยู่ได้อย่างไร ขอให้เชื่อมั่นว่า คนๆ นั้น ต้องมี และเราจะ
มีรักที่มั่นคงตลอดไป ซึ่งคนๆ นั้นอาจเป็นลูกสาว/ลูกชาย ที่รอเจอะเจอเราอยู่

ที่มาข้อมูล http://www.oknation.net

วันจันทร์ที่ 3 ธันวาคม พ.ศ. 2555

Donald Duck

           เป็นตัวละครการ์ตูนจากบริษัท วอลต์ ดิสนีย์ โดนัลด์ ดั๊กเป็นเป็ดที่มีท่าทางเหมือนมนุษย์ ตัวสีขาวมีปาก ขาและเท้า สีเหลือง-ส้ม มักจะสวมชุดกะลาสี หมวกแค็ป และโบว์สีแดงหรือดำ แต่ไม่ใส่กางเกง (ยกเว้นถ้าไปว่ายน้ำ) โดนัลด์ ดั๊กเป็นเป็ดจอมโวย มีนิสัยขี้โมโหฉุนเฉียว


ข้อมูลจากดิสนีย์ โดยเฉพาะจากภาพยนตร์สั้นเรื่อง Donald Gets Drafted ในปี 1942 โดนัลด์ ดั๊กมีชื่อเต็มว่า Donald Fauntleroy Duck วันเกิดอย่างเป็นทางการคือ 9 มิถุนายน ค.ศ. 1934 ซึ่งคือวันที่เปิดตัวภาพยนตร์ The Wise Little Hen แต่อย่างไรก็ตามใน The Three Caballeros (1944) ได้บอกว่าสั้น ๆ ว่าวันเกิดของเขาคือ "วันศุกร์ 13" ส่วนในตอน Donald's Happy Birthday ได้บอกวันเกิดไว้ว่าคือวันที่ 13 มีนาคม โดนัลด์ ดั๊ก เป็นที่รู้จักและโด่งดังในประเทศแถบสแกนดิเนเวีย

เสียงของโดนัลด์ เป็นหนึ่งในเสียงที่มีเอกลักษณ์ที่สุดเสียงหนึ่งในแอนิเมชัน ให้เสียงโดย แคลเรนซ์ "ดักกี้" แนช จนถึงปี 1985 โดนัลด์ ดั๊ก ปรากฏตัวในภาพยนตร์มาแล้ว 18 เรื่อง การ์ตูนสั้น 150 เรื่อง ซีรีส์ทางโทรทัศน์ 8 เรื่อง และยังเป็นตัวการ์ตูนในวิดีโอเกมอีก 21 ชุด

วันอาทิตย์ที่ 2 ธันวาคม พ.ศ. 2555

10 อันดับสถานที่โรแมนติกที่สุดในโลก

10 อันดับสถานที่ ที่ถูกจัดว่ามีความโรแมนติกมากที่สุดในโลก ซึ่งน่าจะหาโอกาสพาคนรักไปเยือนสักครั้งหนึ่งในชีวิต

อันดับที่ 10. เมือง Colmar ประเทศฝรั่งเศส 
ถูกจัดให้เป็นเมืองที่มีความโรแมนติก เมืองหนึ่ง ของประเทศฝรั่งเศส และเป็นสถานที่ ที่คู่รัก มักจะให้คำสัญญาในความรัก ระหว่างกันและกัน สิ่งที่น่าประทับใจในเมือง colmar ก็คือ ไร่องุ่นจำนวนมาก เคียงคู่ไปกับอุตสาหกรรมการผลิตไวน์ชั้นเยี่ยม และบรรยากาศที่สวยงาม สถาปัตยกรรมของอาคารบ้านเรือนเก่าแก่ ช่วยทำให้เมือง colmar เป็นอีกหนึ่งในสถานที่โรแมนติกในฝัน

อันดับที่ 9. Paris ประเทศฝรั่งเศส เมืองปารีส  
มีสมญานามว่า “สวรรค์แห่งความโรแมนติก” (Heaven of Romantic) ดังที่ สถานที่แห่งนี้ เหมาะเป็นอย่างยิ่ง ที่คุณและคนรัก จะสารภาพ “รักนิรันด์” ระหว่างกันและกัน สิ่งที่น่าประทับใจในเมืองปารีส อย่างเช่น พิพิทธภัณฑ์ le lovore (พิพิทธภัณฑ์ ที่มีผู้เข้าเยี่ยมชมมากที่สุดในโลก) หอไอเฟล โรงแรม disney land resort ที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในยุโรป พิพิทธภัณฑ์ศิลปะ centre pompidou และสถานที่สวยงามอื่นๆ อีกมากมาย การไปเที่ยวกับคนรักที่ปารีส หากจัดสรรเวลาให้ดี ก็จะคุ้มค่ามาก และสถานที่แห่งนี้ จะเก็บความโรแมนติกอยู่ในใจของคุณไปอีกนานแสนนาน
อันดับ ที่ 8. Vanice ประเทศอิตาลี  
หากคุณกำลังมองหาสถานที่ ที่จะเอ่ยกับคนรักว่า เขาหรือเธอ เป็นคนที่มีค่ามากที่สุดในชีวิต Venice ก็คือ คำตอบสุดท้ายสำหรับคุณ! เมือง venice มีชื่อเสียงโด่งดังในด้าน สุดยอดสถาปัตยกรรม และยังมีหลายสถานที่โรแมนติก เช่น สะพานเก่าแก่ ponte dei sospiri, จตุรัส piazza san marco ที่ได้รับสมณานามว่า “ห้องจิตกรรมของยุโรป” (the – drawing room of europe) และคลองในตัวเมือง “canale grande” ทั้งหมดนี้จะสร้างความโรแมนติก ระดับหรูหรา ให้กับคนรัก และตัวคุณ
อันดับที่ 7. Schloss Neuschwanstein ประเทศเยอรมันนี
สถานที่ ที่ผสมผสาน ความสวยงามตามธรรมชาติ เข้ากับจินตนาการ และความสร้างสรรค์ของมนุษย์ ได้อย่างลงตัว เมือง schloss neuschwanstein มีความสวยงาม ราวกับเป็นสวรรค์บนพื้นโลก รายล้อมไปด้วยทิวทัศน์อันสวยงาม ปราสาทเก่าแก่อายุ 100 กว่าปี (สร้างปี 1899) ซึ่งเยอรมัน ได้ถูกกล่าวขานว่า เป็นอีกประเทศหนึ่ง ที่มีปราสาทสวยงามที่สุดในยุโรป
อันดับ ที่ 6. เมือง Vienna ในประเทศออสเตรีย
เป็นอีกสถานที่ ที่มีคู่รักจากทั่วทุกมุมของโลก แวะเวียนมาเยี่ยมชมความสวยงาม สิ่งที่ขึ้นชื่อของเมืองนี้คือ สุดยอดสถาปัตยกรรม และสุดยอดผลงานเพลง, ศิลปะ และพิพิทธภัณฑ์ศิลปะ ที่มีชื่อเสียงเป็นอันดับต้นๆ ของโลก พระราชวัง schoenbrunn, พระราชวัง belvedere, พระราชวัง the hofburg imperial และพิพิทธภัณฑ์นักจิตวิทยาผู้โด่งดัง sigmund freud
ถ้าอยากดูต่อ ก็คลิกที่อ่านเพิ่มเติมนะจ๊ะ ^__^